เล่นเส้น

เมษายน 19, 2010

ก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆมักมีส่วนผสมเฉพาะของมัน เราดันไปสั่งกินแต่บะหมี่แห้งอยู่ตลอดมา สองปีมานี่เลยลองทั้งเส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ น้ำบ้างแห้งบ้างสลับๆกันไปดู เปิดโอกาสให้แก่เส้นและตัวเอง ลองหลายๆแบบ

แล้วก็พบว่าก๋วยเตี๋ยวบาง อย่างกินกับเส้นอื่นอาหร่อยกว่าบะหมี่จริงๆนะ ลองเส้นใหญ่เย็นตาโฟแห้งก็ติดใจ เส้นใหญ่แห้งหมูก็ติดใจ เส้นเล็กต้มยำก็ติดพัน วุ้นเส้นต้มยำก็หนึบอร่อยไปอีกแบบ เส้นหมี่น้ำตกเอย เล็กน้ำตกเอย อร่อยกว่าเป็นไหนๆ เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วก็ไม่แพ้เส้น หมี่ ลองเส้นใหญ่ราดหน้า บะหมี่กรอบน่ะชิดซ้ายไปเลย เส้นใหญ่แห้งลูกชิ้นปลา เส้นเล็กน้ำเป็ดตุ๋นบ้าง ใหญ่แห้งปีกเป็ดตุ๋นบ้าง โอ๊ย…อร่อยทั้งนั้น

แต่ ยังไงก็แล้วแต่ กับพวกหมูแดงเป็ดย่างก็ยังต้องเป็นบะหมี่อยู่ดี เพราะเส้นอื่นกินกับผักกวางตุ้งไม่เข้ากันนัก ถ้าก๋วยเตี๋ยวเนื้อต้องเส้นหมี่ มันเคี้ยวแล้วเข้ากันดี๊ดี ยิ่งถ้าเป็นน้ำตกจะได้ไม่อุ้มน้ำตกขลุกขลิกเยอะเกินในคำ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำต้องเส้นเล็กเพราะจะซับน้ำต้มยำเข้าเส้น จี๊ดจ๊าดกว่าปกติ เย็นตาโฟต้องเส้นใหญ่ ให้นุ่มๆมาเจอกรอบเคี้ยวอร่อยสุดยอด ถ้าผัดซีอิ๊วต้องเส้นใหญ่ เพราะโดนน้ำมันร้อนๆแล้วซึมซีอิ๊วอย่างดีไว้ในตัวหอมอร่อยกว่าเส้นหมี่เยอะ ส่วนราดหน้าเป็นเส้นหมี่ก็เรื่องอุ้มน้ำนั่นแหละ ถ้าเป็นสูตรจีนต้องเป็นเส้นใหญ่เพราะพ่อครัวจะเอาไปผัดและแช่ให้กรอบด้าน หนึ่งก่อนด้วย ต้องลองเอง ลูกชิ้นปลายังก้ำกึ่งบะหมี่ก็ได้เส้นใหญ่ก็ไม่เลว อร่อยกันคนละแบบ บะหมี่ได้กรุบๆเคล้าลูกชิ้นดั๋งดึ๋ง เส้นใหญ่ได้นุ่มๆสลับกับลูกชิ้นดึ๋งดั๋ง ตระกูลเป็ดพะโล้เป็ดตุ๋นขอเป็นบะหมี่ดีกว่า กลิ่นมันเข้ากันดีกว่าน่ะ

ก็ ลองชิมกันดู เห็นไม่ตรงกันไม่เป็นไร ก็ให้ได้ลองหลายๆแบบดูก่อนค่อยตัดสินใจ จะเถียงว่าไม่จริงจะได้เต็มปากเต็มคำ เดี๋ยวก่อน…เคี้ยวให้เสร็จก่อนค่อยถกกัน

ข้าวผัดปู

มีนาคม 30, 2010

วันก่อนไปยืนดูเขาทำข้าวผัดปูเจ้าอร่อย ทำง่ายๆ เริ่มจากรดน้ำมันลงไปบนกระทะที่ไฟร้อนลามเลียก้น ได้ยินเสียงน้ำมันเต้นแล้วตอกไข่ใส่ไป เคล้าไข่ให้ทั่ว ขาวปนแดง แดงปนขาว เขย่านิดหน่อย หันไปโปรยพริกไทย เกลือสมุทร น้ำตาลพองาม บนข้าวสวยหุงแห้ง โยนทั้งหมดลงในกระทะ คลุกเคล้าแถมเขย่าอีกรอบสองรอบ โรยกลีบกรรเชียงปู เคล้าแล้วเขย่าๆอีกจนถ้วนทั่ว ตักใส่จาน จัดแตงกวาฝานเรียง ปักใบผักชีไว้ที่ยอด พร้อมเสริฝ ยกมาควันยังกรุ่นอยู่ ไม่รอช้าตักเข้าปาก อร่อยชิบหายเลย

เฉพาะ

กุมภาพันธ์ 5, 2010

ร้านอาหารที่เจ้าของเขาดูแลเองทั้งในครัวและหน้าร้าน ไม่ว่าร้านห้องแถวหรือภัตตาคาร เป็นร้านสะอาดเรียบร้อย หรือซกมกสุดๆ จะบริการสุภาพเรียบร้อย ปากหวาน ดีพร้อมไร้ที่ติ หรือจะหน้าตาบูดบึ้ง ปากหมาเอาการ บริการห่วยสารพัดจะติ หากเปิดมายี่สิบกว่าปีขึ้นไป แสดงว่าต้องมีดี

แน่นอนอาหารอร่อยต้องมาก่อน มีรสชาติและกลิ่นของตัวเอง ที่ไหนๆคิดจะเลียนแบบก็ยาก มันเป็นรสมือปัจเจก กางสูตรให้ยังทำไม่เหมือนเลย การควบคุมไฟเอย ลีลาการเขย่ากระทะเอย ใส่อะไรก่อนใส่อะไรหลัง มันมีผลหมด ก่อกลายเป็นเคล็ดไม่ลับแต่เฉพาะตัวขึ้นมา …ตัวร้านส่วนใหญ่จะดูโทรมๆแต่สะอาด ไม่มีของวางเกะกะ ที่วางอยู่ตรงนั้นก็เพราะมันสะดวกมือที่สุด ลองมาหลายที่หลายทางนานแล้ว  ของที่ไม่ได้ใช้งานเขาก็เก็บไปตั้งแต่สิบปีที่แล้วแล้ว เรียกได้ว่า form follow function โดยแท้ มินิมอลลิสมแบบตัวจริงเลย ไม่มีชดช้อยเยิ่นเย้อ …พอให้อีกคนออกมาดูแลหน้าร้าน ผัวก็ได้เมียก็ดี จะง้อหรือไม่ง้อลูกค้าก็ตามส่วนผสมคู่กันกับคนปรุง …เรื่องบริการไม่ต้องพูดถึงเพราะจะอารมณ์เสียซะเปล่าๆ ทำอะไรไม่ได้ ส่วนใหญ่จะดุ บ่นลูกค้าอยู่บ่อยๆ ออกปากเดี๋ยวนั้น ทันที ไม่มีลับหลัง ไม่เก็บเป็นหนามทิ่มใจภายหลัง แต่เป็นที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของลูกค้าประจำ ที่แอบนึกในใจว่ากูเคยโดนมาแล้วทั้งนั้น ทางที่ดีต้องนั่งจ๋องๆรอไปตามคิวดีกว่าไม่เปลืองตัว ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกลัดคิว เพราะต่อให้ใหญ่ให้เบ่งมาจากไหน พอเคยโดนด่าแล้ว ก็มานั่งต่อคิวรวมกับเราอยู่ดี ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีสองมาตรฐานตามสมัยนิยม เราไม่ต้องไปแนะนำอะไรเขาให้เมื่อยปาก มาคุยด้วยก็คุย อย่าไปถามอะไรเซ้าซี้ สั่งอาหารตามคำแนะนำห้วนๆแล้ว นั่งรอไปเดี๋ยวได้กินอาหารทิพย์เอง บางครั้งส่งต่อมารุ่นลูก ก็ยังเป็นอัธยาศัยเดิมๆ ลูกไม้หล่นใต้ต้นอย่างไรก็อย่างนั้นจริงๆ ซึ่งดูเหมือนกฎเหล็กของร้านที่ทำให้อายุยืนยาวมาได้กว่าสองทศวรรษ จะไม่ถูกละเมิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ลูกค้าเข้าร้านมาใหม่ไม่ชอบใจก็จากไปแล้วไปลับ คนไหนติดใจอาหารก็ต้องยอมรับสันดานของร้านให้ได้ด้วย ห้ามงอแง ไม่งั้นอดกิน ไม่ก็ได้แถมน้ำลายตำรับพิเศษมาในจานด้วยแน่ๆ ถ้ามาตอนร้านยุ่งๆยิ่งต้องเจียมตัวสุดขีดเหมือนมาขอทานกิน ตอนจ่ายเงินก็จ่ายปกตินะ สนนราคาก็มิตรภาพสุดๆ จนบางครั้งคิดว่าคิดตังค์ผิด เงินทอนก็ทอนครบทุกสตางค์ บางทีปัดเศษลดให้อีก วางเงินให้แล้วก็สะบัดก้นไปทำโน่นนี่ต่อ ไม่รอทิปให้เมื่อย  อยากจะบอกให้ขึ้นราคาเสียหน่อย พอคิดอีกที…สงบใจสงบปากไว้น่ะดีแล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวโดนอีกดอก …อิ่มท้องสบายกระเป๋า เดินออกไป ในใจยังคิดว่าถ้าทำตามกฎเขาก็ไม่มีอะไรนี่หว่า วันหลังมาอีกก็ตามนี้ได้สบายใจเฉิบ ว่าแล้วก็แอบยิ้มน้อยๆอยู่คนเดียว

เลขจำนวนเฉพาะ คือเลขจำนวนเต็มที่มีค่ามากกว่า 1 โดยตัวเลขนี้ไม่มีตัวเลขใดมาหารได้ลงตัว นอกจากตัวมันเอง และ หนึ่ง

ร้านอาหารอร่อยๆที่ว่ามาน่ะ เป็นตัวเลขจำนวนเฉพาะ ไม่มีใครเหมือน เป็นตัวของตัวเอง และเป็นร้านเดียวไม่มีสาขา เปิดขายจนกว่าจะหมดแรงทำ หรือลูกค้าประจำจะหมดลมไปกิน

หยาดฟ้า

มกราคม 14, 2010

สมัยตอนบ้านยังอยู่แถวพลับพลาไชย ใครๆแถวนั้นก็จำได้ว่าอากงชอบจูงมือหลานชายคนโตพุงโย้เดินจากบ้านลัดเลาะไปตามถนนมังกร ข้างศาลเจ้าไต่ฮงกง ระหว่างทางแวะทักทายเพื่อนบ้านคนนั้นที คนนี้ที ถามไถ่ทุกข์สุขพอประมาณ ก็ก้าวเดินต่อ มาเลี้ยวซ้ายที่หัวมุมถนนเสือป่า เดินเรื่อยๆอีกอึดใจเดียวไปถึงห้อยเทียนเหลา ข้ามถนนแล้วเดินเข้าประตูไป

ร้านเป็นอาคารสามชั้นสามคูหามีประตูหน้าบานใหญ่โต ด้านบนเป็นโค้งล้อกันกับประตูหลอกสองบานเล็กๆข้างๆ ที่มีกระถางไม้ดอกประดับปะดาขวางอยู่ ตรงพื้นเป็นกระเบื้องลายชดช้อยสีขาว เทา ดำ สั่งตรงมาจากยุโรป ราคาคงจะแพงเพราะช่างปูไว้อย่างเรียบร้อยฝีมือประณีตมาก มองขึ้นไปข้างบนเห็นโคมระย้าขนาดยักษ์โรยตัวมาจากเพดาน จงใจลอยเด่นอยู่ตรงระหว่างโค้งโถงบันไดเดินขึ้นชั้นลอย ราวกับนำดาวนับพันๆดวงมาร้อยติดให้ระยิบระยับแข่งแสงอยู่ด้วยกัน

…กัปปิตันรี่เข้ามาต้อนรับเพราะเห็นเป็นลูกค้าประจำ เดินดุ่มนำไปจับจองโต๊ะที่นั่งในห้องปรับอากาศทันที เป็นโต๊ะกลมคลุมผ้าสีขาวสองชั้นมีถ้วยจานช้อนกระเบื้องเนื้อดีปราศจากลวดลายวางเป็นชุดๆพร้อมไว้แล้ว ไม่รอช้าน้ำชาหอมฉุยมาเสริฝท่ามกลางเสียงทักทายเซ็งแซ่ เคล้าไปกับเสียงหัวเราะสนุกดังจากโต๊ะไกลๆ …บนโต๊ะยังมีถ้วยน้ำจิ้มสารพัดเรียงรายเป็นชุดพร้อมให้ทุก คน ทั้งซีอิ๊วขาวอย่างดี ซีอิ๊วดำเข้มข้น ซอสบ๊วยเจี่ย มัสตาร์ดเหลืองนวล ซอสพริกเผ็ดนิดๆ เต้าเจี้ยวสีสวย และซ้อสสีแดงหวานๆให้เด็กๆ บางครั้งก็มีเต้าหู้ยี้แซมมาด้วย

…สำหรับมื้อกลางวันนี้ยังเตรียมติ่มซำให้เลือกละลานตาไปหมด มีขนมจีบ ฮะเก๋า ซาละเปานุ่มละมุนไส้หมูแดง งาดำ เม็ดบัว ไส้ครีม ซี่โครงหมูนึ่งหอมเต้าซี่พริกไทย ลูกชิ้นกุ้งทอดราดด้วยน้ำเกรวี่ข้นๆพร้อมผักกาดแก้วสด ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้กุ้ง ไส้หอยเชลล์ แซมกับกุ้ยช่ายขาว แผ่นแป้งบางนุ่มเนียนอย่าบอกใคร จมอยู่ในซีอิ๊วรสชาติกลมกล่อมกรุ่นกลิ่นน้ำมันงา ควันโชยมาให้สัญญาณว่าร้อนนัก ต้องเป่าปุ๋งปุ๋งก่อนเอาเข้าปาก

…บริกรหนุ่มใหญ่สามคนยกเข่งอาหารเล็กๆมาแน่นถาดใหญ่ที่สะพายไว้ที่คอ ออกันอยู่ที่โต๊ะ อีกหนึ่งสาวสวยมากับถาดของทอด มีเปาะเปี๊ยะกุ้งทอด ขนมผักกาดก้อนสี่เหลี่ยม ขนมกุ้ยช่ายแป้งบางๆ ทาร์ตไข่สีเหลืองหวานหอม กรรเชียงปูชุบแป้ง เผือกทอด กุ้งตัวเขื่องมีเกล็ดขนมปังเกาะพราว ราดด้วยมายองเนสสูตรพิเศษ หนึ่งจานมีสองตัว หรือจะเป็น เน้ือปลาทอดราดซอสทาร์ทาตำรับจีน ไม่ก็ปลาเงินตัวเล็กๆทอดกรอบมาเคี้ยวเล่นแกล้มน้ำชา บริกรเดินไปมาส่งภาษาจีนปร๋อเสียงดัง จะพอเดาความได้บ้างจากภาษาไทยสำเนียงจีนเต็มขั้นเป็นคำๆไป แม้ไม่มีสักคนที่พูดไทยชัดถ้อยเจนคำ แต่รับรู้ได้ชัดว่าจิตใจดีเพราะมีรอยยิ้มงดงามแนบมาหลังปากขยับทุกครั้งไป

…ยกเข่งอาหารควันฟุ้งจากถาดทยอยมาวางที่โต๊ะนับไม่ถ้วนด้วยเหตุผลที่บริกรบอกอากงว่า อันนี้หลานชอบ อันนี้หลานก็ชอบ เข่งแล้วเข่งเล่า ไม่เห็นมีสักอย่างที่อากงชอบ ชูคอให้เลือกกันทุกเข่ง ยังให้สงสัยอยู่ว่าจะกินหมดได้อย่างไร ยังไม่ทันครบดีป้าและน้าอีกสามคนก็เดินเข้ามาเป็นคำตอบ คนสะพายถาดใส่เข่งวนกลับมาอีกครั้ง หยิบเลือกอาหารกันอีกระลอก พร้อมขอรายการสั่งแบบที่ไม่อยู่ในเข่ง

…กินติ่มซำพร่องไปกว่าครึ่ง จานกระเบื้องจานใหญ่มาวางอยู่ตรงหน้า ปกคลุมด้วยเนื้อปู ไข่ปู ไข่ขาว เม็ดแปะก้วย กับละอองพริกไทยประปราย จนแทบจะไม่เห็นว่าเป็นเต้าหู้ของโปรดวางแผ่อยู่เต็มพื้นจาน มีน้ำซุปกลิ่นหอมเกินห้ามใจซึมแทรกอยู่ตรงที่ว่างเล็กๆน้อยๆ เอื้อมมือไปตักมาใส่ถ้วยของตัวเอง คนในโต๊ะต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันให้ระวังว่าร้อนจัด เนื้อเต้าหู้สดนั้นเนียนนุ่มแทบละลายในปากได้ เข้ากันได้ดีกับน้ำเคี่ยวซุปไก่ เคี้ยวร่วมกับปู กับแปะก้วย อร่อยเหลือเกิน ทุกวันนี้ไม่รู้จะไปหาชิมได้อีกที่ไหนแล้ว

…อีกจานเป็นปลาบู่นึ่งซีอิ๊ว ได้กลิ่นซีอิ๊วโชยมาตั้งแต่เปิดประตูยกจานเข้ามาในห้องแล้ว เห็นต้นหอมฝานเป็นแว่นบางๆ สลับกับที่กรีดให้ขดเป็นวง ลอยอยู่เหนือน้ำ พอมาถึงโต๊ะ อากงบรรจงคีบแก้มปลามาให้หลานสุดที่รักหนึ่งชิ้น แล้วคีบให้ตัวเองอีกหนึ่ง ก่อนปล่อยให้คนอื่นๆตักเน้ือราดซีอิ๊วกินอย่างอร่อยเอร็ดเรื่อยๆก่อน เหมือนจะรออะไรอยู่ อากงบอกว่าพวกลูกๆนี้ไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครกินพุงปลากับตาปลาของดี เลยไม่ต้องรีบ ให้คนอื่นกินเสร็จก่อนก็ได้

…อีกสักพักเดียวก็ยกมาจากครัวอีกจานเป็น ไก่หนึ่งตัวหนังกรอบทุกส่วนสัด ยังไม่ได้หั่นสักที่เลย วางถึงที่โต๊ะบริกรหยิบมีดคมกริบกับส้อมยักษ์ที่พกมา จิ้มส้อมไว้ จรดมีดลงไป ควันกลุ่มใหญ่แย่งกันพุ่งออกมาจากตัวไก่ หอมคลุ้งไปทั่วห้อง ค่อยๆแล่ไก่เป็นชิ้นเขื่องส่งให้อากง และป้าและน้าคนละชิ้น และน่องไก่ชิ้นงามตกเป็นของเราโดยง่ายดาย เอาไปจิ้มกับพริกไทยผสมเกลือสมุทรเม็ดละเอียดยิบที่วางอยู่ข้างๆ กัดเคี้ยวกินแบบไม่อยากให้หมด จากนั้นบริกรทยอยหั่นจนครบตัวแต่ยังแปะเนื้อไว้กับตัวไก่ เดินจากไปพร้อมมีดกับส้อมเท่านั้น

…กลับมาอีกทีก็ยกชามโตควันฉุยมาหนึ่งชาม เป็นเกี๊ยวกุ้งน้ำเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ เป็นเกี๊ยวกุงขนาดยักษ์จำนวนพอสำหรับคนละสองตัว ในน้ำซุปหอมน้ำมันงาแผ่วๆ โรยหน้าด้วยต้นกุ้ยช่ายขาวหั่นท่อน ท่อนละไม่เกินนิ้ว ลอยละล่องทั่วชาม ตักแบ่งให้แจกครบคนแล้ว ลองกัดเกี๊ยวดูเป็นแป้งบางๆสีขาวขุ่น ทางร้านทำเองแบบพิเศษ (ต้องกินในภัตตาคารเท่านั้น) เนื้อกุ้งแน่นแต่นุ่ม แอบกรอบอยู่ในที กลิ่นน้ำมันงา ซีอิ๊วขาว กับกุ้ช่ายขาวเข้ากันได้อย่างสามัคคี

…กลับมาสลับคีบกินติ่มซำคำแล้วคำเล่าจนอิ่มแปล้ ยังไม่วายมีชามร้อนมาอีกหนึ่งชาม เป็นต้มแปะก๊วยใส่มะพร้าวอ่อนน้ำร้อนๆหวานเบาๆ ไว้รอท่าให้ซดล้างปากจากของคาว ใครพร้อมแล้วก็ยกไปคนละถ้วยได้เลย

พอปากอร่อยท้องอิ่มก็สำราญใจ จ่ายตังค์ค่าเสียหายแล้วมุ่งหน้าเดินกลับ คุยกันไปยั่วเย้ากันไปตลอดเส้น กลับถึงบ้านทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานต่อคนละทิศคนละทาง เหลือไว้แต่เจ้าหลานชายเริ่มเล่นต่อตามประสาอีกครั้ง…

ในวัยนั้นยังไม่รู้สักนิดว่าร้านนี้ชื่อดังและหรูหราขนาดไหน ตอนกลางคืนยังเปิดไฟสว่างไสว รถราขวักไขว่ มีอาหารโต๊ะจีนเลิศรสไว้บริการงานจัดเลี้ยงรับรองแขกคนสำคัญ งานฉลองมงคลสมรส งานชุมนุมผู้หลักผู้ใหญ่ และผู้น้อยทั่วๆไป มีงานจัดเลี้ยกันแทบทุกคืนก็ว่าได้

…หลังจากย้ายบ้านมาอยู่แถวพระรามสามแบบถาวรแล้ว อากงไม่อยากต้องนั่งรถนานๆเข้าไปแถวที่รถติดขนัดบ่อยๆนัก เลยลองหาชิมรสจากภัตตาคารใหม่ๆใกล้บ้าน หรือก็ตามที่บอกกันปากต่อปาก ร้านนั้นที ร้านนู้นที จนมีร้านเจ้าประจำอยู่สามร้าน วนเวียนกันไปเรื่อยๆ ทุกวันอาทิตย์ แต่ที่จะไปบ่อยเท่าห้อยเทียนเหลาแห่งนี้เป็นไม่มี

ไม่นานนักก็ได้ยินว่าพ่อครัวหลายคนจากมาเริ่มเปิดร้านเล็กร้านใหญ่เองกันเป็นแถว ลูกค้าประจำก็ลดลงฮวบฮาบ จนเจ้าของหายใจไม่ทัน สู้ค่าเช่าตึกไม่ไหว ร้านนี้เลยย้ายไปอยู่แถวเจริญนคร ทั้งยังมีภัตตาคารจีนทำนองเดียวกัน ชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาแทนหลายต่อหลายร้าน แบ่งแย่งลูกค้ากันไปเสียหมด ทำให้เปิดได้พักเดียวก็ปิดตัวลง เหลือไว้แต่ชื่อหยาดฟ้าภัตตาคารที่เป็นตำนาน กับความทรงจำเปล่งประกายในดวงใจลูกค้าประจำรุ่นเยาว์แถวๆนี้หนึ่งคน

บะหมี่หมูแดง

ธันวาคม 10, 2009

แรกเห็นบะหมี่หมูแดงก็จะหลงรักเอาได้ง่ายๆ สีเหลืองนวลของบะหมี่สูตรไข่เส้นเล็กๆขยุกขยิก ปะหน้าด้วยหมูแดงสีน้ำตาลอ่อนๆขอบน้ำตาลไหม้ ปนอยู่กับก้านผักกวางตุ้งเขียวอ่อนขลิบเข้ม แซมด้วยใบผักสีแก่และแว่นต้นหอมขาวเขียวประปราย แทรกอยู่คือก้อนกากหมูเจียวสีทองกรุบกรอบกับชิ้นตังฉ่ายไร้รูปทรงอยู่ในชาม กระเบื้องสีขาวตุ่นๆ ตามมาหลังเสียงเคาะไม้ต๊อก ต๊อกไม่นาน นึกแล้วน้ำลายสอเทียว

ชายหญิงผู้ใดที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ แล้วยังไม่เคยลิ้มลองบะหมี่หมูแดงแม้สักครั้ง นับว่า น่าสงสารเหลือเกิน เพราะในปัจจุบันมีขายเกลื่อนกราด ทั้งชายสี่ ราชา ไผ่เขียว หาได้ตามหน้าร้าน 7-11ทั่วไป ที่จะพูดถึงนี่ไม่ใช่ระบบบะหมี่หมูแดง อุตสาหกรรมเทือกนั้น อยากจะพูดถึงร้านที่ทำเส้นบะหมี่ น้ำแกง หมูแดง พริกป่น พริกน้ำส้ม เรียกว่าทำทุกอย่างเอง

เริ่มจากบะหมี่ก่อนตั้งต้นกันด้วย แป้งจอห์นสันเลย …อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด จะลองดูว่าตั้งใจอ่านหรือเปล่า ตั้งต้นกันด้วย แป้งสาลี น้ำสะอาด ไข่ ขยำๆคลุกๆเคล้าๆ แล้วขยำอีก ให้นวดแผนโบราณยังอาย จะนานไม่นานอยู่ที่เคล็ดวิชาเทพดรรชนีทะลวงเพชร …จนได้ก้อนแป้งปุ๊กลุก พักไว้ระยะหนึ่งในอุณหภูมิและความชื้นคงที่ นำมาบิดเป็นเกลียวๆ จนได้เป็นเส้นขนาดที่พอใจ ตัดหัวตัดท้าย ม้วนพันไว้ ได้บะหมี่สดสีเหลืออ่อนสวยงามมาก้อนหนึ่งแล้ว

ไปต่อกันที่ น้ำแกง ต้มน้ำสะอาดจนเดือด ใส่กระดูกหมูท่อนเขื่องลงไป พริกไทยขาวสักนิด เกลือแกงสักหน่อย ตังฉ่ายสักหยิบมือ คอยเติมน้ำอย่าให้พร่องจนเกินควร เคี่ยวทิ้งไว้สักพักใหญ่ เติมน้ำตาลพองาม กรองด้วยผ้าขาวบางจนใส น้ำแกงก็พร้อมซดแล้ว

มาถึงคิวหมูแดงละคราวนี้ ใช้หมูสันนอกหมักในซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เหยาะน้ำผึ้งเพิ่มความหวาน โป๊ยกักสักดอก เติมเกลือป่นสักหน่อย ขยำๆ หมักจนได้ที่ ถึงเวลาก็ทำให้สุกด้วยการย่างหรือจะอบก็ได้ไม่ว่ากัน สีที่ได้จะไม่ใช่สีแดงสดใส แต่จะออกนำ้ตาลไม่เข้มมากดูเหมือนแดงเข้ม สวยงามน่ารับประทานเสียจริงเจียว พวกที่เห็นสีแดงสด ก็เพราะใส่สี หรือไม่ก็ใช้ผงหมูแดงเป็นซองๆ ไม่เป็นตัวของตัวเองเสียเลย

มันหมูที่หั่นเตรียมไว้ก็ใส่ไปในกระทะ เจียวเอาน้ำมันได้ทันที อย่าลืมกระเทียมสับเพิ่มกลิ่นอีกนิดนึง ลวกผักกวางตุ้งสุก แช่น้ำเย็นต่อ จะได้คงความเขียวได้นานขึ้น สะเด็ดน้ำเรียบร้อย พร้อมเข็นตะลุยขายแล้วจ้า บะหมี่ หมูแดงสูตรเดิมๆ จะวางซีอิ๊วขาวไว้ที่โต๊ะ ไว้ให้เพิ่มความเค็ม ไม่ใช่น้ำปลาอย่างที่พบเห็นสมัยนี้ เพรราะกลิ่นน้ำปลาจะแข่งกัน ตีกันกับกลิ่นซีอิ๊วที่ทำจากถั่วเหลือง ไม่เข้ากันกับกลิ่นนำ้ผึ้งที่หมักอยู่กับหมูแดงอีกต่างหาก หมูแดงที่ เจ๋งจะหั่นชิ้นเล็กๆบางๆ แต่ไม่ถึงแบบกระดาษทิชชูที่ปลิวตามลมได้ ที่ไม่ต้องหนาเพราะของที่หมักทั้งกลิ่นทั้งรสชาติเข้าเนื้อไปแล้ว เอาแค่พอแกล้ม กับบะหมี่นุ่มๆ อร่อยจะแย่

ส่วนตัวแล้วจะบอกคนขายว่า ไม่ใส่ต้นหอม กับตังฉ่าย คิดว่าถ้าไม่แพ้กลิ่นต้นหอมคงจะเข้ากันได้ดี เคยลองชิมก็รู้สึกว่าเข้ากันได้ แต่คนมันแพ้ทางกัน สู้ไม่ไหวจริงๆจ้ะ อ้อ…ห้ามใส่ผักชีเด็ดขาด แม่งจะทำให้โคตรไม่อร่อยเลย ขอเตือน

บะหมี่หมูแดงอร่อยๆ ขายกลางวันมีไม่มากนัก ขายกลางคืนกลับมีหลายเจ้ากว่า ช่วยกันอุดหนุนเจ้าที่เป็นสูตรดั้งเดิมดีกว่านะ ลองดู มีซีอิ๊วขาววางอยู่ หมูไม่แดงสดใส ไม่มีผักชี ไม่มีถั่ว ไม่มีพริกซองสำเร็จรูปเห็นบะหมี่คลุมผ้าขาวบางอยู่ ก็ไม่น่าจะผิดหวัง เจ้าเด็ดสุดๆ โปรดสังเกตุให้ดี บะหมี่จะอยู่ในลิ้นชักไม้ลึกลับไม่มีใครกล้ายุ่ง ไม่ลวกบะหมี่และหั่นหมูทิ้งไว้ …ไป…ไปกินกันเถอะ

ที่ร้านโอเดียน
จอดรถในวัดไตรมิตร แล้วเดินมาทางวงเวียนโอเดียน
ถามหาร้านนี้ใครๆก็รู้จัก
ขายบะหมี่ก้ามปู เกี๊ยวกุ้ง ขนมจีบ ฮะเก๋า
อร่อยเด็ด มีเบียร์ขายด้วย จำได้

มีอยู่เจ้าหนึ่งอยู่ตรงระหว่างซอยปรีดี พนมยงค์(พระโขนง)13กับ15
ขายหนึ่งทุ่มถึงห้าทุ่ม เส้นอร่อยมาก
คนลวกหน้าเหมือนดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล
ชอบทะเลาะกับลูกสาวที่มาช่วยงานเป็นประจำ
ลูกก็ไม่ค่อยยอมแพ้เท่าไหร่

ในแพร่งภูธร ก็มีบะหมี่ปูหมูแดงอร่อยอยู่
เป็นเส้นเล็กๆ สีเหลืองอ่อน ออกใสๆหน่อย
ใช้ซีอิ๊วด้วย ไม่ใช้น้ำปลา

แถวบางลำพู ที่ตรอกบ้านพานถม ข้างข้าวต้มวัดบวรฯ
มีเจ้าอร่อยอยู่ สองคนตายายยังทำบะหมี่เอง
หมูแดงหอมอร่อยอย่างยิ่ง ใช้ซีอิ๊วขาวด้วย
เป็นร้านไม้ดั้งเดิม มีสี่โต๊ะ อยู่ปากตรอก ข้างทางเลย
เปิดร้านประมาณสี่ห้าโมงเย็น ขายถึงสามสี่ทุ่มก็เก็บแล้ว

ชื่อร้านบะหมี่กวางตุ้ง อยู่ปากซอยทองหล่อ
เดินจากสุขุมวิทมาประมาณ150เมตร ใกล้7-eleven
ลวกบะหมี่แห้งเก่งมาก น้ำซุปหอม เกี๊ยวกุ้งก็ใช้ได้
ใช้ซีอิ๊ว มีข้าวหน้าไก่ด้วย
คนลวกใส่เสื้อตราห่านสีขาว เกงขาสั้นทุกวัน

บะหมี่แสงเทียน
อยู่ข้างๆปั๊มน้ำมัน orange ตรงข้ามซอยปรีดีพนมยงค์ 31 (พระโขนง)
ยังทำบะหมี่ ลูกชื้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง และหมูแดงหมักเข้าเนื้อเองอยู่
เส้นหอมอร่อย ยาวและเยอะเป็นพิเศษ
ขายกลางวัน บ่ายคล้อยก็หยุดแล้ว
บะหมี่เฮียชัย เจ้าเก่าอยู่ตรงตรอกใกล้ริเวอร์ซิตี้
ย้ายมาอยู่ในซอยทานตะวันตรงข้ามโรงแรมตะวันนารามาดา ถนนสุริวงศ์
เดินเข้าซอยไปไม่กี่ก้าวก็จะเห็นโคคาสุกี้ เดินอ้อมไปหลังร้านอีกนิดนึง
ก็จะพบเฮียชัยตัวจริงยืนลวกบะหมี่อยู่หน้าร้านเลย
ร้านนี้เป็นสุดยอดของบะหมี่หมูแดงเลย
เกือบลืมเจ้าปากซอยสุขุมวิท 38
คนขายพี่น้องสองคน คนเตี้ยกว่าเป็นคนลวก
โคตรอร่อย ตอนไปอย่าหิวมาก คนเยอะ

ซอกแซกห้าแยก

พฤศจิกายน 1, 2009

…บอกให้พี่โชเฟอร์จอดแท็กซี่คู่ใจหน้าที่วัดพลับพลาไชยได้เลย กะว่าจะเดินย้อนไปชี้เป้าร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา “จังกิมฮั่วเตียง” ชื่อดังที่ย้ายมาจากเยาวราชให้เชฟยะก่อน หันหน้าเข้าวัดเดินไปทางซ้ายมืออีกแค่ไม่ถึงห้าสิบเมตร

พิกัดที่ ตั้งคือโกดังเก็บกระดาษเก่าของที่บ้าน (จำได้แม่นยำว่าตอนเด็กๆต้องเอารถที่บ้านมาจอดที่นี่ แล้วเดินทะลุวัดกลับบ้านแทบทุกวัน บางวันสองรอบก็มี เพราะขากลับมักจะได้ขนมปังสังขยา ก๋วยเตี๋ยวหลอด หรือไม่ก็เต้าฮวยร้อนๆติดมือกลับบ้านทุกครั้งไป) เดินไปถึงร้านที่เพิ่งจัดเสร็จใหม่ พร้อมขายแล้วแต่ยังปลอดผู้มีอุปการคุณ

ไม่รอช้า…เดินเข้าไปถามราคาลูกชิ้นกุ้งดู แล้วบอกลวกใส่ถุงมากินเล่นกันก่อนดีกว่า กัดดูแล้วรู้ว่าสมราคา กุ้งเป็นกุ้ง รสชาติดี แต่อาจจะนุ่มไปนิดผิดวิสัยลูกชิ้นกุ้งสำหรับบางคน เดินไปเคี้ยวกันไปเรื่อยๆมาจนถึงทางออกอีกฝั่งของวัด

ฝั่งตรงข้ามประตูมีตรอกเล็กๆให้เดินเข้า ขยับไปสิบก้าวก็จะเห็นตู้กระจกอัดแน่นด้วยลูกชิ้นปลา ฮือก้วย เกี้ยวปลา เหนือตู้ติดป้าย “ลูกชิ้นปลาเจ๊ปุ้ย” เด่นเห็นชัดเจน แต่ไม่ได้ลองชิมแม้แต่น้อย เพราะท่าทีลังเลบวกหนทางยังอีกยาวไกล กระเพาะก็ไม่ใหญ่เท่าเมื่อก่อนแล้ว อดใจไว้ร้านหน้าดีกว่า (แต่ขอบอก ว่าเด็ดจริงๆนะเจ้านี้ เผลอๆแซงร้านก่อนหน้าแบบนิ่มๆ)

…เลยออกเดินกันต่อมาที่ห้าแยก ข้ามถนนมุ่งหน้ารพ.กลาง ถัดจากร้านปราสาททองโอสถตรงหัวมุม เป็นห้องอาหารพูนเลิศ เจ้าตำหรับข้าวหน้าไก่ “เหลาะงาทิ้น” ชื่อเก่าเก๋า ลองสอบถามดู สาวเจ้าของร้านร่างอวบอ้วนรุ่นที่สามบอกว่า เป็นชื่ออากงคนที่เห็นหาบข้าวขายสมัยบุกเบิก กลายเป็นโลโก้ติดอยู่ที่หน้าถุงมาจะห้าสิบปีแล้ว

…สั่งข้าวหน้าไก่มากินคนละจาน และข้าวเหนียวหมูแดงหนึ่งมาแบ่งกันชิม อาเฮียหนุ่มแน่นร่างกายฟิตเปรี๊ยะในวันนั้นไม่อยู่แล้ว เหลืออยู่แต่ชายวัยเลยกลางคนหน้าตายิ้มแย้ม ตักน้ำไก่ราดหน้าแบบขะมักเขม้นเหมือนเดิมและประจำแท่นบัญชาการ

…เชฟยะบอกว่าต้องมาโดนบ่อยๆ เพราะลองกลับไปทำหลายทีแล้วยังไม่ใกล้เลย น่าจะต้องมีความลับในน้ำซุปเป็นแน่ คราวนี้จะกลับไปลองให้รู้อีกรอบ

…ส่วนข้าวเหนียวหมูแดงก็ไม่เบา เป็นข้าวเหนียวหุงสุกใหม่ๆ ข้าวเรียงเม็ดสวยงาม ข้างบนเป็นหมูแดงไม่หนาไม่บางโปะเอาไว้ ราดด้วยซีอิ๊วดำเป็นทาง หวานติดปลายลิ้นกำลังดี

…กินกันหมดแบบไม่มีบทสนทนาระหว่างคำ จิบน้าชาสีสวยเย็นชื่นใจ เรียกพนักงานเก็บตังค์เตรียมขยับขยายไปเป้าหมายถัดไป

เกือบจะถึงแยกรพ.กลาง ใจนึกอยากเปาะเปี๊ยะสดขึ้นมากระทันหัน เลยชวนกันเดินย้อนไปหลังธนาคารกรุงเทพ ที่เมื่อก่อนนี้เป็นสำนักงานใหญ่ ซอยเลียบหลังธนาคารนี่แหละคือซอยละลายทรัพย์ที่แรกเลย

เปาะเปี๊ยะสดเจ้าประจำที่เคยขายอยู่หัวมุมหน้าร้านเย็นตาโฟที่คนขายหัวล้านตาเหล่ อยู่อีกไม่ไกลจากที่เดิมนัก (ตอนนี้ร้านก๋วยเตี๋ยวกลายเป็นร้านขายสีไปแล้ว แต่จะเห็นซุ้มขายกาแฟเป็นไม้ ฝีมือประณีตตั้งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ย้ายออกไปด้วย)

แวะซื้อเสร็จเรียบร้อย หันหลังกลับเข้าเส้นทางเดิม ดันเหลือบไปเห็นเย็นตาโฟอีกเจ้าที่สมัยเด็กๆเคยกินชามละห้าบาท อยู่ปากตรอกเล็กๆแถวนั้น ยังขายอยู่เหมือนเคยแต่ราคาตอนนี้เปลี่ยนเป็นยี่สิบบาท ตามเงินเฟ้อของยุคสมัย ไม่รอรีพยักเพยิดกันขอลองชิมดู …สั่งมากันคนละชาม ซดน้ำแล้วรู้ว่ารสชาติบางๆ แต่กลมกล่อมเป็นยังไง ข้อดีอีกหนึ่งของร้านนี้คือเครื่องครบ ทั้งปลาหมึกแช่ เต้าหู้ทอดกรอบ เลือดหมู ลูกช้นปลา ชิ้นกุ้ง แถมด้วยกากหมูกรุบๆกระเทียมเจียวชิ้นเล็กๆโรยหน้าไว้ อยากกินแล้วละสิ …กินแกล้มกับเปาะเปี๊ยะสด หายวับทันควัน

…อาการอิ่มเริ่มชะเง้อหน้าทักทายเบาๆ แต่ชาวเรายังมีความอดทนเป็นที่ตั้ง มุ่งหน้าต่อร้านราดหน้ายินดีที่เจ้าถิ่นแนะนำ (แน่ล่ะสิ เคยแอบเป็นแฟนลูกสาวเขาอยู่ตั้งพักใหญ่ๆ) เดินฝ่าอากาศร้อนมาที่ร้านใช้เวลาไม่นานนัก แต่ก็เรียกเหงื่อบนหัวเชฟได้ไม่น้อย นั่งจุ้มปุ๊กแล้วสั่งมากันคนละหนึ่งแต่โดยดี เส้นหมี่ราดหน้าหมูหมัก ก้านผักเขียวอ่อนสลับใบผักสีเข้ม มาวางจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว แจกอาวุธพร้อมพรัก ขุนขยับกับพินาศ ค้านอาการอิ่มที่บ่นกันอยู่

…เจ้าถิ่นมาถึงแหล่ง พอรับทักทายพนักงานทั่วร้านเรียบร้อย ค่อยสั่งข้าวผัดหมูทอดมา ทำเอาทุกคนงงว่า ”ทำไมมึงไม่บอกพวกกูก่อนล่ะว่า มันมีไอ้นี่ด้วย” ก็ยกมาแล้วน่ากินขนาดนี้ มันเลยยื่นหมูหมักทอดสีน้ำตาลออกแดงให้ลองชิมคนละชิ้นเป็นการปลอบขวัญ เค็มๆหวานๆร้อนรสพริกไทยนิดๆ อร่อยสมค่า สมคำเจ้าถิ่นจริง ข้าน้อยขอคารวะ อร่อยเหลือเกิน กินกับข้าวสวยธรรมดาๆก็อร่อยไม่รู้จบแล้ว (เลีบนแบบแยม)

…ราดหน้าพร่องกันเกินครึ่ง ซึ่งดูท่าคงจะหมดเรียบยาก แต่สายตากลับไปควานหาของหวานเสียแล้ว ซ่าหริ่ม รวมมิตร น้ำแข็งไสที่เคยกินมีกลิ่นกะทิแตะจมูกตลอดเวลา อยากกินล้างปากแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์กันเสียที …ไม่ขายจ้ะ เป็นคำตอบที่ได้รับ คอตก เป็นท่าทางที่เกิดขึ้น นั่งเซ็งเขี่ยราดหน้าเล่นๆรอคิดตังค์ เพราะในใจรู้ดีว่ายังมีอีกร้านรออยู่ ป่านนี้ตะโกนเรียกเราถึงไหนต่อไหนแล้ว

…เดินต่อแบบนับก้าวได้ก็มาถึงร้านข้าวหมูแดงนครสนุก เห็นป้ายก็พอเดาได้อย่างนั้น เพราะใช้สีเขียว แดง น้ำเงินอยู่ในป้ายขาวป้ายเดียว แถมเจ๊คนขายยังแต่งหน้าเสียสะสวยสนุกกันไปกับร้านด้วย แกยืนพิงๆหัั่นกุนเชียง หมูแดง ฉับฉับ หมูกรอบ กร๊อบแกร๊บ ไปพลาง ตอบข้อถามของลูกค้าไปพลาง

…พวกเราได้แต่ยืนดูเพราะระดับอาหารในร่างกายปริ่มอยู่ที่คอแล้ว เลยตัดสินใจแค่ซื้อใส่ห่อกลับบ้าน เดี๋ยวมันย่อยๆไปบ้างน่าจะพอใส่เพิ่มไหว น้ำราดข้าวที่ร้านนี้ลองสังเกตุดู จะเห็นว่าเด็กๆต้องเอาไปเทใส่ขวดหล้าเอ็กซ์โอสีเขียวสี่ห้าขวดที่เรียงรายกัน อยู่ก่อน (ที่เลอะแล้วเลอะอีกอยู่นั่นแหละ) แล้วค่อยราดข้าวบนจาน แม้กระทั่งเราสั่งใส่ถุง ก็ยังรินออกจากขวดใส่ถุงให้เราเหมือนกัน แปลกใจจริงๆ

…ถอยหลังกลับออกมาจากร้าน เดินมาถึงหัวมุมรพ.กลางส่วนที่ต่อเติมใหม่ มีร้านรถเข็นขายน้ำอ้อยเย็นเฉียบ กับน้ำจับเลี้ยงที่หวานนิดๆกำลังดี ดื่มแล้วชุ่มคอชื่นใจกว่าแบบหวนเจี๊ยบเป็นไหนๆ สังเกตุดูจะเห็นเครื่องคั้นน้ำอ้อยของแกเป็นเงาแวววับสะอาดสะท้อนแสงตลอด เวลา ก็ร้านนั้นแหละ

…เวลามีความสุขมันมักจะหมดเร็ว เวลากินอาหารอร่อยๆมันมักจะอิ่มเร็ว ใครๆก็รู้ความจริงข้อนี้ ไม่รู้ร้านอร่อยๆเก่าแก่พวกนี้จะมีแรงขายกันไปได้นานเท่าไหร่  รีบหาเวลามากินกันเสียแต่เนิ่นๆละ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา หมดเวลาแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน

รู้ว่าเสี่ยง

ตุลาคม 5, 2009

เมื่อวานไปธุระแถวโชคชัยสี่ พอใกล้เที่ยงเลยว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อสว่างอรุณ
แต่จำทางไม่ได้เลยถามคนที่ไปติดต่อด้วย เขาบอกทางให้เสร็จสรรพ
แถมด้วยร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าอร่อย ชื่อ”ก๋วยเตี๋ยวเรือติดตำหนัก”
เขาบอกว่าอยู่โชคชัยสี่ซอย39 หน้าตำหนักเจ้าแม่กวนอิม
จอดรถที่เดียวกับตำหนักได้เลย

สองคนระเบิดหัวเราะเสียงดัง เพราะรู้สึกว่าท้าทายมาก
การกินเนื้อไม่เข้าใครออกใครจริงๆ

ขาแดกชี้ช่อง

ตุลาคม 5, 2009

ลองสังเกตุด้วยตัวเองดู ตอนเพิ่งกลับมาจากญี่ปุน กะว่าจะไปกินร้านที่เราคิดว่าเจ๋งสุด แบบควันหลงนิดหน่อย ไปแล้วกินแล้ว ก็ต้องเซ็งตามระเบียบ เพราะมันโคตรจะไทยเลย

เพื่อนขาแดกคนหนึ่ง มีโอกาสดีได้เดินทางตระเวณเชิงธุรกิจตามหัวเมืองใหญ่ๆทั่วโลก แต่ละครั้งเจ้าถิ่นก็เลี้ยงรับรองมื้อใหญ่ หะรูหะรา ระดับ”เหนือเมฆ” พอไปหลายๆครั้งเข้าก็เอ่ยปากอยากลองอาหารไทยที่นั่นบ้าง เจ้าภาพก็ยินดี พาไปแต่ละร้านแล้วไม่ต้องคิดว่าจะบินมากินเองอีกรอบ เพราะว่าแพงระยับและหมาไม่แดกจริงๆ จนบางครั้งต้องขอปลีกตัวไปหากินของข้างทางพื้นเมือง จิกนั่นกินนี่เรื่อยเปื่อย

อยู่เมืองไทยกินอาหารไทย อร่อยที่สุดในโลก กลิ่นหอมไทยๆที่สุดในโลก สดที่สุดในโลก ถูกที่สุดในโลก เข้ากันกับอากาศร้อนชื้นได้ดีที่สุดในโลก ไปอยู่บ้านไหนเมืองไหนก็ค่อยกินอาหารที่นั่นดีกว่า เข้ากันได้ดี

มันยังบอกอีกว่า เนี่ย…ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย ข้าวหมูแดง ผัดกระเพรา ไข่ยัดไส้ หมูสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ เย็นตาโฟ ข้าวขาหมูเอย ขนมครก ซ่าหริ่ม ลอดช่อง ผัดไทย เป็ดพะโล้ ข้าวหน้าไก่ ข้าวผัดปู บะหมี่เกี๊ยว ข้าวต้มปลา-ข้าวต้มเป็ด ราดหน้า-ผัดซีอิ๊ว ต่างๆนานาตลอดข้างทาง บริการ 24 ชม. จะไปหาที่ไหนในโลกได้อีก

อยากกินอาหารต่างสัญชาติ เก็บตังค์ก้อนบินไปแดกกันให้อร่อยหนำใจสักทีดีกว่า อย่ามาขยัก ผ่อนแบบไม่มีดอกเบี้ยอยู่เลย เชื่อกูเต๊อะ

…มันว่าอย่างนี้จริงๆ

วันก่อนแวะไปชิมราเมนมาหนึ่งชามที่ มอคโคริ เซนได ราเมน
อยู่ถัดจากธนาคารไทยพานิชย์ ต้นซอยทองหล่อ ร้านตกแต่งแบบบ้านๆ
เดินเข้าไปเสียงพนักงานขานทักกันเซ็งแซ่ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
มีลูกค้านั่งอยู่พอไม่เหงา ด้วยว่ายังห่างเที่ยงอีกพักใหญ่ๆ
ลองสั่งสูตรเด็ดของร้านมาชิมสักชาม นั่งรอลวกเส้นอยู่หลายนาที
เป็นน้ำซุปกระดูกหมูกับปลาแห้งผสมเต้าเจี้ยว รสชาติเข้มข้น
เสริฝพร้อมหมูพะโล้ หน่อไม้ พริก ผักเคียง กลบบะหมี่มิด
รสชาติญี่ปุ่นตามสัญชาติคนทำ แต่ราคาไทยแลนด์นะ จะบอกให้

ร้านราเมนอื่นๆต้องมี160ได้ ค่าน้ำ ค่าภาษี ค่าบริการ
ร้านนี้ขายตามหน้าเมนูเลย น้ำฟรี จ่ายตังไป 130 บาทเท่านั้น

สุกี้ชามเดี่ยว

ตุลาคม 5, 2009

สุกี้แห้ง เมาเวอริค
ร้านดั้งเดิมอยู่ซอยใกล้วัดเทพศิรินทร์ ที่มีของกินขายเยอะๆ
เป็นตึกแถวห้องเดียวขายเฉพาะกลางคืน
ที่ไม่ค่อยอร่อยเหมือนเดิมเพราะคนผัดชิ่งมาเปิดเป็นร้านรถเข็น ถัดกันหน่อยเดียว
แต่ไม่กล้าตั้งชื่อซ้ำ แต่รับรองรสชาติแจ๋วกว่าในร้านอีก (ร้านนี้มีเนื้อ)

อีกร้านอยู่ในตรอกข้างที่จอดรถธนาคารUOB ระหว่างซอยสุขุมวิท24 กับ26
ถามแม่ค้าแถวนั้น รู้จักดี ร้านนี้ก็เปิดมากว่า25ปีแล้วเหมือนกัน
คนผัดเป็นลูกสาวเจ้าของร้านเดิม ชอบทำอาหาร เลยได้สูตรมานานแล้ว
หนุ่มๆควรไปเพราะลูกสาว 3คน น่ารักน่าทะนุถนอมมากกกก
คนกลางเพิ่งจบมหาลัยหมาดๆ
อ้อ มีก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ด้วย (ร้านนี้ไม่มีเนื้อ)

ร้านใหม่อยู่บนดิ เอ็มโพเรียม food court
คนผัดไม่เก่ง แถมยัง หน้าเหมือนเบ่งขี้ตลอดเวลา
แพงกว่าข้างล่าง 15 บาทด้วย
(ร้านนี้มีแค่ผักกาด วุ้นเส้นและไก่ ส่วนหมูมีแป๊บเดียว
ไม่เคยมีผักบุ้ง ปลาหมึกแช่ ต้นหอม คื่นช่าย เลย)

ตอนนี้เปลี่ยนเจ้าของไปแล้วด้วย

เป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ สมัยก่อนมีผักบุ้งผัดรองจานมาบ้าง ถั่วลิสงต้มบ้าง
ทำให้ดูพูนๆน่ากินดี แถมยังกินแกล้มด้วยอร่อยไม่เบา
เดี๋ยวนี้หาไม่มีแล้ว

ขอแนะนำร้านจิ๊บกี่ ตรงขามตลาดนางเลิ้ง
ปิ๊ปบอกว่าร้านนี้ใช้ลูกห่านแทนเป็ด ใต้หนังไม่มีมันเลย
ไม่มีกลิ่นสาบสักนิด มีแต่กลิ่นหอม
สั่งผัดผักบุ้งไฟแดงร้านข้างๆมากินได้ไม่ว่ากัน
อย่าลืมหมูกรอบ และเป็ดตุ๋นมะนาวดองอีกหนึ่งโถ
ไปเร็วหน่อย บ่ายสองของหมดแล้ว

เป็ดย่างแมนดาริน ซอยทองหล่อ
มีทั้งร้านต้นซอย (ใกล้ถ.สุขุมวิท)
และภัตตาคารท้ายซอย (ใกล้ถ.เพชรบุรี)
ร้านต้นซอยไม่มีเซอร์วิสชาร์จ
ห้ามลืมหมูกรอบเด็ดขาด
ยังเป็นแบบย่างอยู่ไม่ได้ทอด

มีอีกร้านอยู่ตรงหัวมุมซอย
แถวโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ
จำชื่อไม่ได้ สูตรเดียวกันกับแมนดาริน
กุ๊กแมนดารินหนีออกมาตั้งตนเป็นใหญ่
หลายปีแล้ว …ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

ใครไปย่านเมืองเก่าอย่าลืมแวะเป็ดย่างพูลสิน
อยู่ที่แยกวิสุทธิกษัตริย์ น้ำราดขลุกขลิกมีเครื่องเทศปนด้วย
หอมอร่อยไปอีกแบบ
-
หมูแดงอบน้ำผึ้ง สูตรสิงคโปร์
บุญตงเกียรติ ซอยทองหล่อ
เยื้อง J Avenue
-
ลงสถานีBTS สะพานควาย เดินต่อมาทางจตุจักร
จะเจอร้านหยิวกี่ เป็ดย่างเจ้าอร่อยช่อง3 (อยู่ติดกับสนั่นข้าวต้มปลา)
วันแรกไปกินรู้สึกปลงว่า ของมันมีกาลเวลาของมัน
เส้นบะหมี่แบบนี้น่ะเหรอที่เรียกว่าอร่อย
วันที่สองยังรู้สึกว่าน่าจะมีความหวัง สั่งเกี๊ยวกุ้งน้ำ
บะหมี่แห้งเป็ด โอ้โห พอเปลี่ยนคนลวกบะะหมี่ที่เป็นเจ้าของร้าน
แล้วกลายเป็นบะหมี่ระดับเทพซะอย่างงั้น
…เจ้าของบอกว่าอีก5ปี ตึกจะหมดสัญญาก็จหยุดแล้ว พักแล้ว พอแล้ว…
-
ข้อสังเกตุ
ร้านเป็ดมักมีเบียร์ขายเสมอ

ก๋วยเตี๋ยวหมู

ตุลาคม 5, 2009

วันนี้หลังเลือกตั้งเสร็จแต่เช้า ไปธุระต่อกับแม่ที่ชลบุรี ถึงก่อนเวลานัด แวะไปซื้อหอยจ๊อเจ้าอร่อย
เนื้อปูเป็นมัดๆ เรียบร้อย ค่อยเลยไปหาญาติที่บ้านบึงไปนั่งคุยเล่นกันพอคลายคิดถึง
เหลือบดูนาฬิกาก็เที่ยงกว่าแล้ว เจ้าถิ่นเลยพาเดินไปที่ถ.บวรสถิตย์ หัวมุมมีร้านขายทองอยู่
(เข้าบ้านบึงมาถนนอยู่ทางซ้ายมือ จอดรถได้ตามสะดวก)
เลี้ยวเข้าไปห้องที่สามซ้ายมือ เลขที่15 ไม่มีป้ายร้าน เป็นอาคารไม้ ภายในทาสีเขียวอ่อนๆ
จะเห็นอาม่าคนหนึ่งเอกเขนกอยู่งที่ตั่ง มีโต๊ะอยู่5-6ตัว นั่งปนๆกันไป ก๋วยเตี๋ยวเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูสับ
ทั้งแบบแผ่นๆและก้อนๆ ไม่มีอย่างอื่น ชามเล็กๆขายแค่ 25 บาท กินสองชามกำลังสวย ไม่อ้วนเกินทำใจ
เนื้อหมูสับนุ่มกำลังดี ตึ๋งนิดๆ เพราะอาศัยนวดนานหน่อย ไม่ใช่มีมันเยอะๆ
แต่ที่ขอแนะนำคือน้ำแกงหอม หวานน้ำต้มกระดูกของแท้ กับถั่วลิสงที่คั่วใหม่ๆ บดใหม่ๆ
กลิ่นหอมแตกต่างจากถั่วเก่าในกทม.

จะว่าไปในกทม.ก็มีก๋วยเตี๋ยวหมูร้านรุ่งโรจน์ ในซอยสุขุมวิท26นี่แหละ ที่ยังรักษาคุณภาพไว้ได้อย่างดี
ใครเคยไปคงรู้ ถั่วก็ยังเป็นถั่วสดใหม่ตลอด หมูสับก้อนเขื่อง เครื่องในไม่มีกลิ่นเหม็นสาป หนังปลาโคตรกรอบ
น้ำแกงหวานน้ำต้มซี่โครงหมูร้อนจี๋ และยังมีน้ำมะนาวคั้นสดใส่ขวดไว้ให้ปรุงเพิ่มเปรี้ยว หาไม่มีแล้วนะ
โอยน้ำลายหยดแหมะแล้ว…พ่อคุณแม่คุณ

ร้านแซวอีกร้าน อยู่ติดกับข้าวต้ม55โภชนา (ระหว่างซอยทองหล่อกับสุขุมวิท57)
เวลาไปกินมักจะบอกเขาว่าไม่เอาลูกชิ้น เพราะรู้สึกว่าแข็งเกินควร
แต่หมูสับไม่แพ้เจ้าดั้งเดิม

คงเคยได้ยินชื่อก๋วยเตี๋ยวปีนรั้วกันนะ
ขายมาตั้งแต่ยังไม่มีทางด่วน
อยู่ตรงทางลงทางด่วนพระรามสี่
ค่อยๆคลานมาบนพระรามสี่
แล้วเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยทันที
ขับช้าๆนะระวังชนร้าน

ร้านต้นก้ามปู

ตุลาคม 5, 2009

โต๊ะม้าหิน
อากาศเย็นๆ
ลมพัดเบาๆ
อาหารรสจัด
เสียงน้ำแข็งกรุ๊กกริ๊ก
อย่าลืมจานเด็ด

หมูป่าผัดเผ็ด

ปลาช่อนแดดเดียว

มีคนส่งต่อมาให้

ลอดช่องสิงคโปร์
อยู่สามแยกหมอมี (สามแยกเจริญกรุงเก่า) ถนนเจริญกรุง เปิดทุกวัน 
ตั้งแต่ 11.00-21.30 น. (หยุดวันอาทิตย์)
โทร. 0-2221-5794

ทับทิมกรอบสยาม
อยู่ถนนไกรสีห์ บางลำพู เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-18.30 น.
โทร. 0-2281-2393

ซ่าหริ่มสายไหม
อยู่ตรอกวังหลัง ถัดจากวังหลังพลาซาประมาณ 50 เมตร เปิดบริการทุกวัน 
ตั้งแต่ 09.00-17.00 น.
โทร. 0-1846-7743

ซ่าหริ่มชูถิ่น
อยู่ถนนตะนาว ถัดจากสี่แยกคอกวัว 50 เมตร เปิดบริการทุกวัน 
ตั้งแต่ 07.00-18.30 น. ส่วนวันอาทิตย์ 07.00-14.00 น.
โทร. 0-2224-1810

โบ๊กเกี๊ยท่าดินแดง
อยู่ตลาดท่าดินแดง ถนนท่าดินแดง เปิดทุกวัน 
ตั้งแต่ 17.00-23.00 น.
โทร. 0-2438-0574

เฉาก๊วยโบราณ
อยู่ในซอยอารีย์ ถนนพหลโยธิน เปิดบริการทุกวัน 
ตั้งแต่ 08.00-20.00 น.
โทร. 0-2271-2241

ไอศกรีมไข่แข็ง
อยู่ริมคลองแสนแสบ ฝั่งท่าเรือประตูน้ำ ถนนราชดำริ เปิดบริการทุกวัน 
ตั้งแต่ 10.00-18.30 น. (หยุดวันอาทิตย์)
โทร. 0-1713-3177

ไอศกรีมทิพย์รส
อยู่ตรงสามแยกเตาปูนพอดิบพอดี
โทร. 0-2587-1700

ไอศกรีมโบราณ
อยู่ในซอยบางระมาด ด้านขวามือ ตรงข้ามสมาคมชาวปักษ์ใต้ 
เปิดบริการ 06.00-18.00 น. ทุกวัน
โทร. 0-2448-3670

ไอศกรีมนัฐพร
อยู่ถนนแพร่งภูธร เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่ 09.00-16.00 น.
โทร. 0-2221-3954

ปลากริมไข่เต่า ป้ากรี
อยู่ในตลาดศรีราชวัตร์ ฝั่งแผงขายขนมหวาน จากปากทางเข้าตลาด 
ประมาณ 50 เมตร ถนนนครไชยศรี เปิดบริการทุกวัน 
ตั้งแต่ 08.00-17.00 น.
โทร. 0-2668-6501

ขนมอินทนิล สมทรง
อยู่ในซอยวัดสังเวช บางลำพู เปิดบริการทุกวัน 
ตั้งแต่ 9.30-15.30 น.
โทร. 0-2282-0972

ขนมเบื้องแม่ละเมียด
อยู่ตรงข้ามวัดมหรรณพาราม ถนนตะนาว
โทร. 0-2224-2117

ขนมฝรั่งกุฎีจีน
อยู่ในกุฎีจีนซอย 7 แถววัดซางตาครู้ส
โทร. 0-2465-5882

ขนมครกเข้าวัง
อยู่หน้า 7-eleven สาขาราชวัตร ตรงข้ามตลาดศรีราชวัตร ถนนนครไชยศรี
โทร. 0-2668-4539

ก. พานิช
อยู่ตรงสี่กั๊กพระยาศรี เปิด 6.30 – 20.00 น.
(เดือนม.ค.-พ.ค. เปิดทุกวัน เดือนมิ.ย.-ธ.ค. หยุดวันอาทิตย์)
โทร. 0-2221-3554/td>

ข้าวเหนียวมูนแม่วารี
อยู่ปากซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) เปิดทุกวัน 05.00-22.00 น.
โทร. 0-2392-4804

ขนมหวานแม่กวา
อยู่หน้าตลาดนางเลิ้งเยื้องกับร้านไส้กรอกปลาแนม
ขาย 10.00-17.00 น. หยุดวันอาทิตย์
โทร. 0-2628-3323

ปั้นลี่เบเกอรี่
อยู่ริมถนนตรงแยกบางรัก (ถนนสีลมตัดกับถนนเจริญกรุง)
โทร. 0-2233-5428

กล้วยปิ้งอบน้ำผึ้งศรีสมร
อยู่ท้ายตลาดป้าชู (หลังการบินไทย) ขาย 9.00-17.00 น.
หยุดวันอาทิตย์
โทร. 0-1612-1760

พรชัย เบเกอรี่
อยู่ริมถนนตะนาว ตรงแหล่งรวมชุดแต่งงาน ขายตั้งแต่ 
09.00 – 19.00 น. ทุกวัน
โทร. 0-2281-0801

ชิฟฟ่อน เบเกอรี่
อยู่หน้าตลาดเทเวศร์ ฝั่งตรงข้ามสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
เปิดขายตั้งแต่ 9.30 – 19.30 ทุกวัน
โทร. 0-2281-1315

แอ๊ว เบเกอรี่
อยู่ริมทางเท้าฝั่งตรงข้ามหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 
เปิดขายกันตั้งแต่ 7.00 – 20.00 น ทุกวัน
โทร. 0-2222-6472

วังหลัง เบเกอรี่
อยู่ซอยวังหลังที่เดินไปทะลุวัดระฆัง ฝั่งวังหลังพลาซ่า ขายทุกวัน
วันจันทร์-ศุกร์ 07.00-19.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ 08.00-17.00 น.
โทร. 0-2866-1649

นนท์ เบเกอรี่
อยู่ใกล้กับท่าน้ำนนทบุรี เป็นตึกใหญ่ 2 ขายทุกวันตั้งแต่
07.00-20.30 น.
โทร. 0-2527

สมัยม.ต้นจำได้ลางๆว่าตรงข้ามโรงหนังของพ่อ มีก๋วยเตี๋ยวราดหน้ายอดผักอยู่เจ้าหนึ่ง ร้านใหญ่ๆเป็นห้องแถวสี่ห้อง คนกินเพียบ …แค่เดินข้ามถนนก็ถึงแล้ว แต่กลับกลายเป็นนานๆจะกินสักที พออยากกินเมื่อไหร่ แม่เป็นอันต้องพาเดินออกไปกินร้านอาแปะซอมซ่อที่ปากทางเข้าโรงหนังทุกที แกมีทั้งราดหน้า ผัดซีอิ๊ว เส้นใหญ่ เส้นหมี่ หมู เนื้อ ปลาหมึก กุ้ง เลือกได้ตามชอบ

ในร้านห้องแถวมีโต๊ะไม้อัดเก่าๆตั้ง เรียงอยู่สามสี่โต๊ะ พวงเครื่องปรุงแบบลวดดัดวางครบ มีอาแปะตัวขาวผอมเกร็งตัวเล็ก ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นปลดกระดุมสองเม็ดเห็นเสื้อกล้ามสีขาวซึมเหงื่อข้างใน ผมหวีเรียบน้ำมันเยิ้ม เป็นคนควงตะหลิวอันจ้อยเป็นประจำ ส่วนอาอึ้มศรีภรรยาก็ตัวพอกัน แต่ดูจะมีเนื้อมากกว่าหน่อย ชอบใส่เสื้อลายดอกไม้สีอ่อนๆ คอยบริการลูกค้าและไปหั่นผัก หั่นหมูหั่นเนื้ออยู่บ่อยๆ ร้านนี้ใช้ของสดๆตลอด มีลูกค้ามาค่อยหั่น ค่อยยีเส้นเตรียมผัด ทั้งยังใช้เตาถ่าน ต้องคอยพัด คอยเติมเชื้ออยู่เรื่อยๆ

แม่บอกว่าอาแปะจะผัดผัดซีอิ๊วทีละจาน แต่ถ้าเป็นราดหน้าจะผัดทีละไม่เกินสาม (ก็ถึงว่าทำไมตะหลิวของแกเล็กผิดปกติ ส่วนอีกมือเป็นทัพพีก้านยาวขนาดทั่วไปขยับๆอยู่) ถ้าไปตอนเที่ยงก็จะรอนานหน่อย มีคนมารอไม่น้อยอยู่ แต่ก็ไม่มากขนาดร้านยอดผักตรงข้ามโรงหนัง เวลาคนมารอก็จะมายืนมุงดูหน้าเตาไม่พูดไม่จาอะไร อาแปะก็ค่อยๆผัดแบบไม่เร่งเร้า เรียกได้ว่าความเร็วคงที่ เสร็จแล้วไม่ถ่ายใส่จานก็เทใส่ห่อที่อาอึ้มเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย ทยอยให้ลูกค้า จ่ายตังค์แล้วก็จากไปทีละคนสองคน …ถ้าได้ลองไปชิมร้านตรงข้ามโรงหนังเทียบกันกับอาแปะ จะให้คนลิ้นชามาจากไหนก็ต้องรับรู้รสอร่อย และความมุ่งมั่น ตั้งใจทำของอาแปะได้ แบบร้านนั้นทาบไม่ติด นี่ขนาดแกไม่ใช้ผงชูรสเลยนะเนี่ย

เมื่อ ตอนปิดเทอมใกล้จบปริญญา กลับไปอีกครั้งแม่เล่าว่า อาอึ้มเสียไปแล้ว ลูกๆมาช่วยอยู่ได้ไม่นาน อาแปะก็ไม่ยอมขายต่อ เลยต้องหยุดร้าน ประมาณสามเดือนอาแปะก็ตามอาอึ้มไป สักครึ่งปีแล้วเห็นจะได้ จากนั้นร้านก็ร้างอยู่อีกสักปีได้ ตึกแถวแถบนั้นก็โดนรื้อสร้างเป็นตึกแถวใหม่เอี่ยมเรียงรอบห้างฟอรั่ม ชลบุรี ….จนถึงทุกวันนี้ ทุกครั้งที่ไปชลบุรี ยังต้องคิดถึงราดหน้าร้านนี้อยู่เสมอ ยิ่งถ้าไปกับแม่ แม่จะต้องพูดถึงไม่เคยขาดเลย …ก็กินกันมายี่สิบกว่าปีและอร่อยซะขนาดนี้

ในกทม.ก็มีหลายแหล่งนะ…

ร้านเปีย ลาดพร้าว 64
100เมตร ซ้ายมือ จอดรถหน้าร้านได้ 1คัน
หลังร้านได้ 20คัน
ขายกลางวัน ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วอร่อยมากกกก
ราดหน้าธรรมดาไปหน่อย
หมูสะเต๊ะก็โดน
-
ร้านอาแปะ ซอยข้าง ABOUT Cafe
กลิ่นหอมซีอิ๊วหอมโชยมาตั้งแต่เปิดประตูรถ
อาแปะผัดแจ๋วกว่า อาเฮีย
ยังใช้เตาถ่านอยู่เลย
เริ่มตั้งร้านประมาณทุ่มนึง
-
ราดหน้า จ๊ากกี่ ซอยรางน้ำ
ราดหน้าตามร้านอาหารจีนส่วนใหญ่จะอร่อยมั่กๆ
หน้าร้านศรีทองพานิชย์ เยาวราช
เริ่มหกโมงเย็น เป็นต้นไป
ซื้อกลับบ้านยังอร่อยอยู่เลย
-
ร้านโชคดี อยู่ในซอยติดรพ.กลาง
บนถนนเสือป่า
ร้านนี้ใช้ยอดผัก ใช้ได้เลย
-
หลังศึกยูโร ไปกินกันที่เหลาไออาต้า
ราดหน้าเนื้อตบท้ายก็อร่อย
-
วันก่อนไปหลังสวนหูฉลาม
เส้นใหญ่ที่ทำกึ่งนุ่มกึ่งกรอบหอมหวล
กับน้ำราดเข้มข้น และเนื้อนุ่มๆ
อาหย่อยยยย

-

ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วแบบโบราณ (มีชื่อเรียกเฉพาะ”ก๋วยเตี๋ยวโผวเล้ง”)

ใส่คะน้าแบบแว่นๆ ใส่เบคอน ใช้เส้นสดออกใสๆหน่อย

อร่อยเหาะได้ที่ร้าน Foodie …สีลม หรือ ประชาชื่นก็ได้

แก๊งค์เนื้อ

ตุลาคม 5, 2009

1.

เดี๋ยวนี้คนเลิกกินเนื้อกันเยอะ ด้วยทั้งนับถือรัชกาลที่ห้า นับถือเจ้าแม่กวนอิม ทั้งแก้บนบ้าง ย่อยยากบ้าง เลิกกินสัตว์ใหญ่บ้าง ลดความอวบบ้าง ก็มีเหตุผลต่างๆนานา ซึ่งไม่เป็นไรหรอก ต่างคนต่างคิด มีความหลากหลายเป็นที่ตั้ง ใครที่ไม่กินเนื้อแล้วก็อ่านเล่นเพลินๆไปก็แล้วกัน

ก่อนหน้านี้ได้มี การสถาปนาแก๊งค์เนื้อขึ้นมามีสมาชิกหมุนเวียนกันตามเวลาว่างและสภาพเศรษฐกิจ (มีนายฤทธ์ ลักษณะโกเษษและทพ.รัฐ สุภาพเป็นสมาชิกถาวร)ตระเวณกินกันสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง เปลี่ยนที่ชิมไปเรื่อยๆ นานหลายต่อหลายเดือน เน้นคุณภาพเนื้อเหมาะสมกับราคา มีให้เลือกหลากชนิด รสชาติดี บริการได้ใจ เสมอต้นเสมอปลาย เราก็เลยได้ไปลองกันตั้งแต่ราคาย่อมๆจนถึงราคาสูง แต่ยังไม่กล้าลองแบบสูงมากๆ กลัวจะติดใจแล้วอันตรายต่อกระเป๋าและหน้าที่การงานในระยะยาว
ร้านที่ เราประทับใจสุดๆ สมาชิกแก๊งค์มีความเห็นเอกฉันท์ คือโฮเฮโตะ ต้นซอยทองหล่อ มีเนื้อสองร้อยที่เป็นจานหลัก คุณภาพแซงราคา (ไปกินร้านอื่นจานนี้ต้องมีสี่ร้อยอย่างต่ำ) ไปร้านนี้เกือบทุกสัปดาห์ บางทีก็มีซ้ำ เสียดายที่ปิดตัวเองไปแล้ว …ได้ความจากพนักงานที่ร้านว่าเจ้าของร้านนี้เป็นเพื่อนกับเจ้าของร้านอิโรฮะ ทองหล่อ15 เจ้าต้นตำรับ เลยพ่วงสั่งเนื้อมาด้วย ร้านเล็กๆก็ทำให้ราคาไม่สูงนัก หากใครสนใจก็ให้ไปลองอิโรฮะได้ (เป็นต้นแบบของร้านยูด้วย) ต้องโทรไปจองนะ คนแน่น

มีอีกหลายๆร้านที่ไปกันแล้ว ยังมีข้อติดขัดอยู่บ้าง
ร้านทั้งสองร้านที่ธนิยะพลาซา – อร่อยแต่ราคาเกินจริง
ร้านโตไกตรงข้ามธนิยะพลาซา – ราคาดี แต่ไม่หลากหลาย ไม่สม่ำเสมอ ตอนนี้เปิดที่เอสพลานาดด้วย ดีขึ้น
ร้านชั้นใต้ดินตึกชาญอิสระสอง – เป็นบุฟเฟต์ เนื้อไม่หลากหลาย แต่มีกุ้ง แซลมอน ปลาหมึกให้กินด้วย
ร้านโซลตรงหัวโค้งต้นซอยทองหล่อ – เดี๋ยวดีเดี๋ยวไม่ดี ไม่สม่ำเสมอแต่ก็ยังดีกว่า
ร้าน จำชื่อไม่ได้ข้างโชว์รูมรถทองหล่อ – ใช้ได้แต่เป็นเนื้อหมัก แล้วแต่ชอบ ราคาสูงไป วันที่ไปชิมจ่ายไปคนละ700 แล้วยังต้องออกมาซัดข้าวหมูทอดด้านหน้าอีกคนละชุด
ร้านอิวาวอนในซ .สุขุมวิท31 อันนี้ก็ประทับใจมาก ไปวันที่ร้านเปิดวันแรกหลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ นั่งกินกัน7-8คน ตัวเหม็นกันทั่วหน้า นายฤทธิ์ บอกว่าแม่งเหหม็นไปถึงเล็บ จนกูต้องตัดเล็บออกน่ะ เดี๋ยวนี้ดีขึ้นมากแล้ว
ร้านคาร์นิวาล ร้านนี้แซงทุกร้านบนทางโค้ง เนื้อลูกเต๋าอร่อยเด็ด ราคาสูง คุณภาพสมราคา บรรยากาศดี เห็นว่ามีมาเปิดตรงตึกEIGHTบนทองหล่อด้วย

2.

ร้านyakiniku tan อยู่บริเวณโรงแรมแกรนด์ ซอยทองหล่อ
เคยไปลองครั้งหนึ่งกับชาวแก๊งค์ช่วงเปิดใหม่ๆ ตอนนั้นคุณภาพเนื้อไม่ดีนัก
เลยทำให้รู้สึกว่าราคาสูงไป

…วันนี้ไปให้โอกาสเขาอีกครั้งหนึ่ง สั่งเนื้อขาหลัง เนื้อติดซี่โครง เนื้อติดซี่โครงพิเศษ
เนื้อขอบซี่โครง เนื้อลูกเต๋า ลิ้นพิเศษ และผักต่างๆ โดยเฉพาะลิ้นลูกเต๋าโคตรอร่อย
คอหมูก็เจ๋งไม่เบา ตอนนี้เข้าที่เข้าทางแล้ว เนื้อดีๆทั้นั้น :o บริการถูกใจไม่คิดservice charge

ยังมีที่อยากลองอีกคือเนื้อท้อง เนื้อแก้ว(เนื้อกรอบ) เนื้อสันนอกพิเศษ
มีโกเบด้วย ราคาสมก็เหตุสมผล ประมาณคนละ 900 บาท อิ่มแปล้แน่นอน
เรียกได้ว่าไม่แพ้ร้านคาร์นิวาลเลย ที่จอดรถสะดวกสบาย เมื่อไหร่ไปกันดี :P :P

3.
ขอแนะนำร้าน gyu-maru อยู่เวิ้งหมู่บ้านญี่ปุ่น (นิฮอนมูระ)
ซ.ทองหล่อ 13 ตรงเข้าไปถึงสี่แยก ขวามือนั่นแหละ

ร้านอยู่ชั้นสองทางขวา บรรยากาศดี ถ่านก็ก้อนใหญ่ ไฟแรง
สั่งเนื้อสันไหล่ กับ super karubi เป็นพอ
ราคาก็เหมาะสม ในขณะที่ต้องเสีย vat กับ service charge
ทำให้ราคาเกินไปนิดหน่อย แต่ก็ยังคุ้มอยู่

แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆ ขอเป็นyakiniku tan ดีกว่า
ชอบบรรยากาศวุ่นๆที่นั่นมากกว่านิดนึง
ลองชิมดูนะ :P

4.
พบร้านใหม่อยู่ตึกข้างexcotica แอบไปดูเมนูมา ปริมาณชิ้นเนื้อกับราคาที่ติด
น่าสนใจอย่างยิ่ง ถ้าเสริฟแบบในรูปจริงจะสมัครเป็นขาประจำทันที ชื่อร้าน Ginzado จ้า

ใครอยากไปลองยกมือด่วน รีบนัดเร็ว ก่อนจะขึ้นราคา

5.
พลาดไม่ได้ พลาดไม่ได้ :P :P :P
ร้านเนื้อย่าง ส้มตำ ในซอยพระเจน
ระหว่างสถานฑูตญี่ปุ่นใหม่ กับสน.ลุมพินี
บรรยากาศแบบโทรมๆ ซกมก แต่เนื้อย่างล้ำเลิศ
เนื้อนุ่ม คุณภาพเนื้อดี ย่างไฟกำลังเหมาะ
กินแล้วจะติดใจ ครั้งล่าสุดไปเจ็ดคน สั่งเนื้อย่าง 11 จาน
เนื้อน้ำตก 5 จาน โอยอิ่ม…
…ในใจคิดว่าเมื่อไหร่จะได้มาอีกเนี่ย
6.
จากระยองถึงกทม.โดยสวัสดิภาพแล้ว ไปต่อกันที่ร้านเนื้อย่างyakiniku tan
มีสมาชิกคือนายฤทธิ์(ลูกยศ) alex กรู ฯพณฯหลานต้องและภริยา ลองชิมไปทีละอย่างๆ
เปิดด้วยเนื้อกล้ามขา ก็หลงรักหัวปักหัวปำแล้ว ตามมาด้วยเนื้อท้อง ลิ้นลูกเต๋า เนื้อน่องแก้ว
เนื้อติดซี่โครง เนื้อขาลูกเต๋า เนื้อสันคอ เนื้อขาอีกที :o เป็นเนื้อมีมันแทรกทุกจาน
แทรกมากแทรกน้อยแล้วแต่ส่วน ติดใจที่สุดเห็นจะเป็นเนื้อขาที่นุ่ม เคี้ยวเพลิน ที่สองก็ลิ้นลูกเต๋า
ถ้าย่างแบบสุกกำลังดี จะพบว่าสามารถแซงขึ้นแท่นเป็นที่หนึ่งได้เหมือนกัน ตามมาด้วยสันคอ
ที่ความอร่อยอย่างเดียวอาจะสู้จานอื่นๆแล้วแพ้แบบเฉียดฉิว พอมีราคามาเกี่ยวข้องปุ๊บจานนี้นำโด่งเลย
…มีสลัดผ้กและข้าวผัดกระเทียมมาแจมแค่ประปราย กินแต่เนื้อกันจนจุใจ :P ทำเวลาดีมาก
ตอนคิดเงินก็ลุ้นระทึกตามระเบียบ แต่ก็ออกมาตามคาด เป็นอันว่าเป็นร้านที่มาประจำได้
ไม่ตะขิดตะขวงใจ …ถึงยังไงจะจริงใจรักเธอ

ไปตระเวณดูเส้นทาง”ขี่จักรยานครั้งที่3″กับทีมงานติ๋ม เอนเตอร์เทนเม้นท์
สะดุดใจอยู่ที่ร้าน”ข้าวต้มหัวปลาสามเสน” อยู่ติดกับประตูวัดประสาทบุญญาวาส

เข้ามาจากเชิงสะพานซังฮี้ วิ่งมาจนสุดทางสามแยกแล้วเลี้ยวซ้าย ตามป้ายชื่อร้าน
รับรองไม่มีหลง เพราะอีก 30 เมตรก็ถึงแล้ว
ร้านเปิดไฟสว่างไสว เดินเข้าไปเห็นอาเฮียเจ้าของร้านหน้าตาใจดีปรุงอาหารด้วยตัวเอง

เดินไปส่องดูหน้าตู้เห็นหัวปลา เนื้อปลา ไข่ปลา กุ้งเล็ก-ใหญ่ ปลาหมึก หอยนางรม
สดสะอาดพร้อมลวกใส่ชามให้ลูกค้า ปรุงรสเติมกลิ่นด้วยซีอิ๊ว ตังฉ่าย กุ้งแห้ง
กระเทียมเจียวและคื่นช่าย รดน้ำซุปกระดูกหมูรสเค็มบางๆใส่ชาม ส่งต่อให้
ศรีภริยาของเฮีย กับลูกจ้างจ้ำม่ำอารมณ์ดีหนึ่งคนคอยบริการตามโต๊ะ
ได้ลองชิมแล้วจะติดใจเพราะไม่ได้กลิ่นคาวแม้แต่น้อย

ลองสั่งยำหอยนางรม กับยำปลามาเพิ่ม รสปรุงจะออกแบบจีนนิดๆ
ซึมซับเข้าไปในเนื้อปลาร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว
สนนราคา เพียงชามละ 45 บาท เท่านั้น ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ
ใครไปขี่ขี่จักรยานครั้งที่ 3 รับรองได้กินหนำใจทุกคน
ติ๋ม เอนเตอร์เทนเม้นท์รับประกันคุณภาพ ภาพ ภาพ ภาพ (เสียงecho)

สยามสแควร์

ตุลาคม 5, 2009

หลายคนคงไม่ได้ไปแถวสยามสแควร์กันบ่อยนัก
หรืออาจไม่ได้ไปเหยียบเลย มีโอกาสไปอีกขอแนะนำ
ร้านนิวไลท์ ซึ่งคงจะจำกันได้
ร้านยังมีลูกค้าเนืองแน่นอยู่ ทั้งวัยรุ่นก็เข้า ผู้ใหญ่ก็แวะ
อาหารยังอร่อยเหมือนเดิม ทั้งสลัดเนื้อสัน
เนื้อน้ำตก ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว โกยซีหมี่ ไก่ตะกร้า
อย่าลืม ขนมปังอบร้อนๆทาเนย
สนนราคาก็ขึ้นตามน้ำมัน ขายหลักสิบอยู่ไม่กี่อย่าง
ส่วนใหญ่ก็ 100-120 สูงหน่อยก็ 180-200 แต่รับรองไม่ผิดหวัง
จะว่าไปพวกแดกด่วนแถวสยามก็ราคาประมาณนี้ทั้งนั้น

หรือจะกินข้าวแกงก็ขอแนะนำร้านข้างสกาลา
ไม่ก็ร้านปักษ์ใต้ในซอยหลังธนาคารกรุงเทพ
มีกับข้าวให้เลือกกว่า 40 อย่าง ตาลายแต่
สบายท้อง สบายกระเป๋าด้วย

หรือจะข้ามไปfood courtแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร ที่มาบุญครองไง
ของที่ยังอร่อยอยู่มี ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย
เกาเหลาเนื้อหม้อดินโป่วเทียมเฮง ชาดำเย็นเข้มข้น
เย็นตาโฟ แต่อื่นๆไม่ค่อยซึ้งแล้ว
มีส้มตำนัวร์ก็ใช้ได้เลย ส้มตำ ไก่ทอด
เสียแต่ต้องรอคิวนาน ทั้งๆที่โต๊ะก็ว่างอยู่
ชอบให้คนยืนออหน้าร้าน
ย่านวังบูรพาก็มีก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นอร่อย
เป็ดตุ๋นสีน้ำตาลอ่อนๆ บะหมี่เส้นเหลืองอ่อนใสๆ
น้ำซุปใสแจ๋ว ร้อนสุดๆ ก่อนซดโปรดเป่าหลายๆที
อยู่หลังโรงหนังควีนส์เก่า
จะมีจิ๊กโก๋วัยดึกนั่งจับกลุ่มคุยกับในร้านอยู่สี่ห้าคน ทุกวัน
นัยว่ามาจีบเจ้าของร้าน ซึ่งยังไม่เป็นผล แต่ก็ไม่ละความพยายาม
ส่วนเจ้าของร้านนั่งเก็บเงินอย่างเดียว กล้ามเนื้อท้องแขนหย่อนจะถึงพื้นแล้ว
ไปลองชิมดู กินแค่ชามเดียวพอเพราะ
เดินต่อมาทางดิ โอลด์สยาม มีสุดยอดข้าวขาหมูอยู่

ลองถามชาวบ้านดู
ทั้งสองร้านอายุมากกว่าพวกเราเป็นสิบปีได้

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.