กุญแจ
สิงหาคม 5, 2010
จักรยานยนต์เวสป้าคันเขียวที่ผมเพิ่งได้มาสดๆร้อนๆ มีกุญแจติดมาให้แค่ชุดเดียว ถ้าหายไปละยุ่งแน่ ผมเลยดิ่งตรงไปร้านปากซอยทองหล่อเจ้าประจำ ส่งกุญแจให้ช่าง หมายจะทำสำรองไว้ ช่างกลับส่ายหน้าบอกว่าหายาก ให้ลองไปร้านแถวพระโขนงอาจจะมี …วนไปหาลูกค้าที่เอ็มโพเรียมเสร็จเรียบร้อยก็ยังไม่วาย ดอดไปร้านทำกุญแจ ณ ชั้นใต้ดิน พนักงานก็ส่ายหัวบอกแค่ว่าเลิกผลิตไปนานแล้ว …ก้าวขาเหยียบบันไดเลื่อนขึ้นแต่คอตก มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
…ถึงอีกวันว่างก็ออกวนหาร้านแถวพระโขนง เริ่มจากฝั่งใกล้สุขุมวิทก่อน ข้ามถนนไปมา ทั้งสองร้านก็บอกไม่มีของ ให้ไปลองดูที่หน้าร้านหนังสือปากซอยปรีดีฯ ๔๒ น่าจะมี …ไปถึงก็ต้องนั่งรอ ร้อ รอ เพราะช่างออกไปซ่อมกุญแจข้างนอก …พอกลับมาก็ชูกุญแจให้ดู แกชำเลืองวูบหนึ่งแล้วแจ้งว่า “ผมไม่ได้เก็บรุ่นนี้แล้ว ไปหน้าร้านทองใกล้ๆสี่แยกคลองตันนะ ร้านนั้นมีแน่ ร้านเพื่อนผมเอง มันเก็บกุญแจไว้เยอะ นี่ถ้าไม่มีก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้ว” ความหวังยังมีแต่ริบหรี่เสียเหลือเกิน
…จอดรถไว้ริมถนน ระหว่างเดินเข้าไปหาช่างยังหวั่นใจว่าถ้าไม่มีจะทำยังไงดี จนเห็นอาเฮียอายุต้นห้าสิบ เม็ดเหงื่อเกาะพราวที่หน้าผาก ใส่เสื้อยืดคอกปกสีซีดๆ พอๆกันกับกางเกงขาก๊วยที่นุ่ง ยิ่งดูขัดกันกับรองเท้ากีฬาร่วมสมัยสีฉูดฉาดที่สวม แกกำลังก้มตะไบกุญแจอยู่ “…คนนี้นี่เอง” ผมนึกถึงช่างกุญแจในเรื่องเดอะเมทริกซ์
…แล้วก็ได้ยิ้มแก้มแทบปริตอนอาเฮียรับกุญแจไป ถกแว่นดูแวบนึง และเริ่มบรรยายสรรพคุณ “เวสป้ารุ่นนำเข้าไทยรุ่นสุดท้าย ประมาณพีเอ็กซ์อะไรสักอย่าง กว่ายี่สิบปีได้มั้ง ผมมีซื้อเก็บไว้สิบดอก ครั้งสุดท้ายที่ทำก็…ห้าหกปีที่แล้วแหละ ตอนนี้เหลือเก้าดอก” แกขยับมือดึงแว่นกลับมาใส่ปกติ แล้วมองหน้าผม ถามกลับว่าแล้วกุญแจล็อกคอกับกุญแจลิ้นชักเก็บของอยู่ไหน ทำนองว่ามันต้องมาด้วยกันสิ …ผมรีบล้วงกระเป๋าหา พลันยื่นให้แกแทนคำตอบ เฮียรับกุญแจแล้วหันกลับลงไปคุ้ยลิ้นชัก ตะกุยถุงและกล่องออกมาเกลื่อน นัยว่ากุญแจที่หาอยู่คงลึกสุดๆ
…มือก็จับๆคลำๆถุงหนึ่งอยู่ พร้อมเงยหน้าขึ้นมาหา ปากประกาศราคาว่า “ดอกละแปดสิบบาท” เหมือนจะมั่นใจว่าเจอแล้ว “นี่ลดให้นะ สองปีก่อนมีแขกโพกหัวมา บอกมันไปร้อยนึง มันต่อเหลือห้าสิบ เลยโกรธไล่มันไปหาที่อื่น ไม่ทำให้หรอก” แกหันไปคลายปมปากถุงแล้วงัดกุญแจทั้งเก้าดอกมาอวด “นี่ไง…ยังอยู่เก้าดอกเลยเห็นไหม… หมั่นไส้มันจริงๆ” ยังไม่วายขุ่นเคืองอยู่นิดๆ “คุณเอารึเปล่า …ดอกเล็กสองดอกนั่นคิดดอกละห้าสิบ” กุญแจปกติราคาแค่ยี่สิบบาทเอง ผมคิดในใจแต่ก็ไม่กล้าต่อราคา พลางพยักหน้าหงึกๆรับไป เพราะหนึ่งไม่อยากให้แกหงุดหงิด และสองไม่อยากไปตระเวณหาที่อื่นอีก …ผมผละเดินไปซื้อน้ำแดงจากรถเข็นข้างๆมาดับกระหายก่อน ค่อยมายืนดูแกทำต่อ
“เฮียครับ …กว่าจะเก่งเท่านี้ต้องฝึกกี่ปีครับ” ผมเปิดประเด็น
“โอ๊ย…เก่งอะไร้ ยังมีของใหม่ๆออกมาตั้งเยอะ ไม่รู้เรื่องสักนิด …แต่ของเก่าเรารู้เยอะนะ ไปตามหากุญแจแปลกๆมาเก็บไว้ตั้งเยอะแยะ ไปกับเพื่อนสองคน มันก็มีร้านอยู่หน้าร้านหนังสือ เลยข้ามสะพานไปเนี่ย” แกพูดไปทำไป “ใช่ๆ…ก็มาหาเฮียที่นี่ก็เพราะที่ร้านนั้นแนะนำมาครับ” ผมบอก …เฮียหันหน้า มองลอดแว่นมาหา “เออ…นั่นน่ะสนิทกันเลย เมื่อก่อนต้องไปตามหากุญแจมาอวดกันอยู่เรื่อย เดี๋ยวนี้ไม่ไหวแล้ว บางดอกแม่งยี่สิบปีแล้วยังไม่เคยมีคนทำเลย” แกหันกลับไปควานหาของในถุงใกล้มือ “นี่ไงสองดอกเนี่ย” สงสัยว่าจะเห็นตอนหากุญแจเวสป้า เลยแซวตัวเอง “นี่ถ้ามาหาผมแล้วของหมดนะ จะบอกร้านให้คุณไปซื้อกุญแจมาเอง เดี๋ยวทำให้ ร้านมันอยู่แถวคลองถม” แกหันมามองผมแวบหนึ่ง แววตาเปล่งประกายเหมือนเด็กยืนอยู่หน้าร้านของเล่น “เฮียไม่ไปเองล่ะ จะได้เร็ว” ผมโบ้ยกลับเพราะขี้เกียจไป “โอ๊ย ไปเองน่ะไม่เร็วหรอก ไปเช้ากว่าจะได้กลับมาก็บ่ายทุกที ดูร้านนั้นร้านนี้ ไปทีไรได้กุญแจมาเต็มไปหมด เอามาฝากเพื่อนด้วย ทุกวันนี้ไม่มีที่จะเก็บแล้ว …เดี๋ยวเขียนแผนที่ให้ ไม่ยาก …หมายถึงถ้าไม่มีน่ะ” ผมฟังแล้วเข้าใจทันทีว่าเด็กน้อยเข้าไประเริงในร้านของเล่นจริงๆนั่นแหละ
“กุญแจเนี่ยะมันมีรอยหยักเฉพาะของมัน …ตอนผมหนุ่มๆนะ ทำผิดให้ลูกค้าตั้งหลายที บางทีมันเอียงองศาต่างกันนิดเดียวก็ไขไม่ได้แล้ว …บางดอกต้องเป็นเหล็กกล้าเพราะกุญแจมันบาง พวกเหล็กธรรมดาใช้ไม่นานก็บิด หมุนแรงๆหักคาก็มี” เฮียเล่าไปยิ้มไป “บางดอกเป็นแม่เหล็ก ทำไปแล้วไขไม่ได้เพราะมันไม่ดูดดาลขึ้นมา ล็อคก็ไม่ปลด ต้องไปถามเพื่อนถึงจะรู้ …ผมก็ไปเลยนะ ไปตามล่าหาแบบแม่เหล็กมาแทนให้เขาจนได้ ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน …เสร็จแล้วก็จำแม่นเลย มันต้องดูให้ดีๆ ดูให้รอบคอบ ลูกค้ามาหาเรา เขาไม่รู้เรื่องหรอก เรารู้ดีกว่าก็ต้องทำให้มันไขได้สะดวก” แกยังเล่าไม่หยุดปาก “เดี๋ยวนี้ก็ยังพลาดแต่นานๆที …เมื่อก่อนแบบไหนพลาดก็ไปเล่าให้เพื่อนฟัง มันทำเสียก็มาเล่าให้เราฟัง แลกเปลี่ยนความรู้กันสามคน สนุกจะตาย” แกปล่อยมาชุดใหญ่ “…แต่ละคนนะ…มีกุญแจแปลกๆแบบว่าอีกสิบปีไม่มีใครมาทำนะ…คนละสองสามร้อยดอกได้ ดอกที่ทำให้คุณนี่ก็ว่าจะเก็บเข้ากล่องไว้ที่บ้านหลายทีแล้ว ก็ลืมตลอด …โชคดีนะเนี่ย มาไม่เสียเที่ยว” ผมฟังแล้วรู้สึกภูมิใจว่าโชคดียังไงไม่รู้ ไม่ใช่แค่ได้กุญแจเวสป้าอย่างเดียว ได้แถมประสบการณ์ที่เฮียพรั่งพรูออกมาไขข้อข้องใจ ว่าคนจะออกเดินทางต้องมีเพื่อนร่วมทาง ร่วมอุดมการณ์อยู่ด้วย “โอ๊ย…ไม่มีเพื่อนสองคนนี้นะ กว่าจะลองครบทุกอย่าง ผิดแล้วผิดอีก ป่านนี้ยังงมโข่งอยู่แหงๆ …ต้องช่วยกันผิดแล้วบอกกัน สอนกัน รู้เร็วกว่าเยอะ …พวกไม่ฟังคนอื่นเนี่ย กุญแจไม่ใช้เยอะกว่าพวกผมสามเท่าตัว…เต็มบ้าน” แกหัวเราะในลำคอแล้วเสริมต่อ “นี่ใช้วิธีแบ่งๆกันเก็บ ใครชอบอะไรก็เก็บไป แล้วจำกันได้ด้วยนะใครมีอะไรดอกไหน ลูกค้ามาหาแล้วเราไม่มี ก็จะรู้ว่าใครมีไม่มี ก็แนะนำกันไป ถึงกันหมดแหละ” ผมได้ยินได้ฟังแล้วก็ถึงบางอ้อ มิตรภาพมันดีแบบนี้นี่เอง
…ดูอย่างการพิชิตยอดเขาหิมาลัยนั่นไง เอ็ดมันด์ ฮิลลารีก็มีเท็นซิง เชอร์ปา นอร์เกย์ เกื้อกูลกันระหว่างการเดินทางอันเย็นยะเยือก สมบุกสมบัน ได้ร่วมใช้พลังกายและพลังใจเต็มขีดสุดผลักดันให้พวกเขาทั้งสอง เป็นมนุษย์คู่แรกของโลกที่ได้ปักธงบนยอดสูงสุด และพากันกลับลงมาโดยสวัสดิภาพ
…ในหนังเรื่อง แก๊งค์แห่งนิวยอร์ค สงครามแย่งชิงถิ่น Five Points ระหว่าง เดอะเนถีฟ ของ บิล เดอะบุชเชอร์ คัทติ้ง กับ พรีส วาลล็อน ผู้นำแห่งเดดแร็บบิทส์ หลังขับเคี่ยวกันมาช้านาน …พอกำจัด เดอะพรีส ด้วยมีดประจำตัวแล้ว เดอะบุชเชอร์ ก็ตั้งรูป เดอะพรีส ไว้ที่สำนัก เพื่อเตือนสติตนถึงศัตรูผู้คู่ควร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเพื่อนร่วมทางที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวผู้นี้
…ก่อนดินแดนอาทิตย์อุทัยจะสู่ความสงบไม่กี่วัน ฮิเดโตชิ โตโยโตมิที่อ่อนกำลังลงมาก กำลังถูกล้อมปราบขั้นเด็ดขาดที่วังโอซากา …อิเอยาสึ โตขุกาวะที่รอเผด็จศึกอยู่ภายนอกโดยสงบ เห็นว่าไม่มีอะไรเคลื่อนไหวเป็นเวลาสามวันจึงตัดสินใจบุกเข้าตี กลับพบภาพโตโยโตมิ และซามูไรในชุดเต็มยศสองร้อยเจ็ดสิบสี่คน กระทำฮาราคีรีนอนตายในท้องพระโรง โตขุกาวะคุกเข่านิ่งคำนับศพเหล่านั้นอยู่นาน และให้ทหารลำเลียงพื้นไม้พร้อมคราบเลือดทั้งหมด กลับไปเกียวโต เพื่อสร้างเป็นวัดเล็กๆไว้ข้างปราสาท โดยโชกุนโตขุกาวะจะไปน่ังสมาธิ และสักการะทุกวันตลอดสมัยการปกครอง
…ผมยื่นเงินหนึ่งร้อยแปดสิบบาทให้เฮียตามราคา เก็บกุญแจเวสป้าหายากสามดอกใส่เข้ากระเป๋ากางเกง และเก็บกุญแจอีกดอกที่เฮียแถมมาให้ เอาไว้ในใจ กุญแจไขประตูสู่ความสำเร็จที่แท้จริงนั้น คือความมุ่งมั่น แรงปรารถนาและกำลังใจชั้นเยี่ยมที่ส่งถึงกันระหว่างผู้ร่วมเดินอยู่บนถนนที่มีปลายสายเดียวกัน ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นมิตรแท้หรือศัตรูถาวรก็ตาม …วันไหนที่โอกาสดี ผมจะงัดเอากุญแจดอกนี้มาอวด และส่งต่อให้เพื่อนร่วมทางคนอื่นๆด้วย ระหว่างนี้ต้องขอไปรื้อฟื้นรายชื่อเพื่อนร่วมทางที่ยาวเป็นหางว่าวให้ครบคนเสียก่อน
ขอบคุณมากๆสำหรับกุญแจดอกนี้ครับ


